สนใจติดต่อ โทร. 088-755-0464
กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
เปิด AEC เต็มรูปแบบ ไทยเดินหน้าอย่างไร
18/03/2559


การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำหนดมาตรการให้ประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ต้องดำเนินการตามปฏิญญากรุงเทพ รวม 611 มาตรการ ซึ่งในภาพรวมแล้วเสร็จไปกว่า 90% แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีรายการสินค้าที่ค้าขายระหว่างกัน ให้เหลือ 0% ยกเลิกมาตรการโควต้าภาษีตามหลักองค์การการค้าโลก (TRQ) การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง การริเริ่มจัดทำระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน และคลังข้อมูลการค้าอาเซียน การทยอยลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดด้านบริการและการลงทุน ฯลฯ


  ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27 เดือนพฤศจิกายน 2558 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีการประกาศแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2568 หรือ AEC Blueprint 2025 เป็นการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจระยะ 10 ปีข้างหน้าของอาเซียน แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้นจะมีความเปลี่ยนแปลง ใด ๆ เกิดขึ้นบ้าง

  รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเออีซี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เออีซีนั้นมีจุดเริ่มต้นจากการร่วมมือกันของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน หรือ AC (ASEAN Community) ใน 3 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านความมั่นคง โดยในด้านเศรษฐกิจนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเลยเป็นที่มาของ เออีซี คือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

  ทั้งนี้ เออีซี มีหลักการร่วมกันอยู่ 3 ประการคือ ประการแรก Custom Union หมายความว่า ภาษีระหว่างประเทศจะกลายเป็น 0 ภาษีที่ว่านี้คือภาษีศุลกากร ความหมายก็คือว่า สินค้าไทยส่งไปยังอีก 9 ประเทศของสมาชิกอาเซียน เขาจะไม่เก็บภาษีเรา เขาส่งมาเราก็ไม่เก็บภาษีเช่นเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขว่าสินค้านั้นจะต้องมีแหล่งกำเนิดในประเทศอาเซียนด้วยกันเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสินค้าที่เรานำเข้าจากประเทศอื่นแล้วส่งต่อไปในกลุ่มก็จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้ วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศอาเซียน เพราะส่งผลให้สินค้าถูกลง

  ประการที่สอง Common Market นับจากนี้ตลาดของทุกประเทศในอาเซียนจะเป็นตลาดเดียวกัน ไม่มีกติกา ไม่มีข้อห้าม โดยเมื่อก่อนจะมีกติกาที่นอกเหนือจากเรื่องของภาษี ซึ่งภาษาทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกว่า Non-Tariff Barriers ก็คือ อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี แต่พอเข้ากรอบของเออีซีแล้ว กติกาเหล่านี้ก็จะหมดไป ฉะนั้นอนาคตโอกาสที่ตลาดจะใหญ่ขึ้นก็มีสูง เพราะรวมประชากรทั้ง 10 ประเทศเข้าด้วยกันแล้วมีประชากรเกือบ ๆ 650 ล้านคน

  ประการที่สาม Economic Union หมายความว่า ปัจจัยการผลิตสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศในอาเซียนได้โดยเสรี ปัจจัยทุน ปัจจัยแรงงาน แล้วก็วัตถุดิบต่าง ๆ สามารถไปมาได้ง่ายขึ้น รวมถึงประชาชนเดินทางโดยเสรี ความหมายก็คือว่า ไม่ต้องใช้วีซ่าแต่ต้องมีพาสปอร์ต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การติดต่อไปมาหาสู่กันก็จะคล่องตัวขึ้น

  สำหรับความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยในอาเซียนนั้นจะมี 2 ส่วน อาเซียนตอนบน กับ อาเซียนตอนล่าง อาเซียนตอนบน คือประเทศที่ในภาคพื้นดิน มีทั้งหมด 7 ประเทศ คือ เมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ อาเซียนตอนล่างคือกลุ่มประเทศที่อยู่ในภาคพื้นทะเล มีอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และบรูไน อาเซียนตอนบนนี่ก็จะมีไทยอยู่ตรงกลาง ด้วยเงื่อนไข 3 ข้อที่กล่าวไป ภาคพื้นดินจะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มที่อยู่ในทะเล เนื่องจากการไปมาหาสู่ทำได้ง่าย ขณะเดียวกันความที่ประเทศไทยอยู่ตรงกลางก็จะได้ประโยชน์จากจุดนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ไทยมีพรมแดนที่ติดกับประเทศอื่นมากที่สุดในอาเซียน คือ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 4,000 กิโลเมตร แล้วก็มีจังหวัดที่ติดต่อกับชายแดนอยู่ถึง 33 จังหวัด

  ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ นั้น นั่นหมายถึงจะมีกิจกรรมต่าง ๆ ตามชายแดนมากขึ้น การค้าก็จะเกิดขึ้นตามชายแดน ประเทศข้างเคียงจะข้ามมาจับจ่ายทางฝั่งไทย เพราะประเทศข้างเคียงเศรษฐกิจขยายตัวค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันการพัฒนาในประเทศเขาก็ยังล้าหลังกว่าไทย เพราะฉะนั้นเมื่อเขามีรายได้สูงขึ้น ด้วยความพร้อมก็คงหนีไม่พ้นที่จะข้ามมาจับจ่ายใช้สอยฝั่งไทย ซึ่งมีความพร้อมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้า ห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งจะมีกิจกรรมเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดน 33 จังหวัด จะเห็นได้ชัดเจน ห้างใหญ่ ๆ ก็จะไปเปิดแถวชายแดนเพื่อรองรับกำลังซื้อ ฉะนั้นจังหวัดชายแดนก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก

  ประเทศไทยค้าขายกับต่างประเทศค่อนข้างเยอะ โดยโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาต่างประเทศจากการค้าถึง 72% ของเศรษฐกิจทั้งหมด ใน 72% ถ้าเราแบ่งเป็น 100 ส่วน ไทยพึ่งพาด้านเศรษฐกิจจากอาเซียนถึง 1 ใน 4 ของการค้าทั้งหมดของไทย คือราว 25% ขณะที่อเมริกา 10% ยุโรป 10% ญี่ปุ่นประมาณ 10% เพราะฉะนั้นอาเซียนมีบทบาทต่อไทยในเชิงการค้าค่อนข้างเยอะ และใน 1 ใน 4 ที่ว่านี้ครึ่งหนึ่งเป็นการค้าตามชายแดน 33 จังหวัด ฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้เห็นถึงโครงสร้างของการค้าของไทยไปกระจุกอยู่ตามชายแดนค่อนข้างมาก

  ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจของไทย คือ การค้าชายแดน จะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก กิจกรรมทางการค้าต่าง ๆ จะย้ายไปอยู่ตามชายแดน ห้างใหญ่ ๆ ก็จะไปเปิดแถว ๆ ชายแดน เพื่อรองรับตลาดจากฝั่งประเทศข้างเคียง เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ส่งออกของไทยว่า จะสามารถปรับกลยุทธ์อย่างไรในการรองรับโอกาสเหล่านี้ จะพัฒนาสินค้าอย่างไร จะส่งสินค้าอย่างไร พูดง่าย ๆ ว่ามีโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่าจะจับตลาดเหล่านี้อย่างไรเท่านั้นเอง
บทความมาจาก :   Bus&Truck Media

กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม